ยุคสมาร์ตโฟน: เมื่อ Intel บอกปัด Apple (2005-2007)
นี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะที่คลาสสิกที่สุดครับ ก่อน iPhone รุ่นแรกจะเกิด Steve Jobs เคยไปเจรจากับซีอีโอ Intel ในตอนนั้น เพื่อขอให้ Intel ผลิตชิปให้
ความล้าหลัง: Intel มองว่า "กำไรต่อชิ้น" มันน้อยเกินไป และไม่เชื่อว่าโทรศัพท์เครื่องเล็กๆ จะขายได้เป็นพันล้านเครื่อง
ผลกระทบ: Apple เลยไปซบ ARM และ Samsung แทน จนเกิดเป็นชิปตระกูล A-Series ที่แรงและประหยัดไฟที่สุดในโลกทิ้งห่าง Intel ไปไกลแบบกู้ไม่กลับ
บทเรียน: Intel ประเมินพลังของ "การประมวลผลแบบพกพา" ต่ำเกินไปจนเสียตลาดนี้ไปถาวร
ยุคกระบวนการผลิต: เมื่อ 10nm และ 7nm กลายเป็นกำแพง (2015-2021)
สมัยก่อน Intel มีกฎ "Tick-Tock" ที่จะออกชิปสถาปัตยกรรมใหม่สลับกับขนาดที่เล็กลงทุก 2 ปี แต่พอมาถึงระดับ 10nm และ 7nm พวกเขาเจอปัญหาการผลิตจนล่าช้าไปเกือบ 5 ปี
ความล้าหลัง: ในขณะที่ Intel ย่ำอยู่กับที่(14nm++++++++++) ในขณะเดียวกันคู่แข่งอย่าง AMD ตัดสินใจเลิกผลิตชิปเองแล้วจ้าง TSMC ผลิตแทน
ผลกระทบ: TSMC พัฒนาไปถึง 5nm และ 3nm ได้สำเร็จ ทำให้ชิป AMD แรงกว่าและกินไฟน้อยกว่า Intel เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ จนเบียดส่วนแบ่งตลาด Server และ PC ไปได้มหาศาล
บทเรียน: ความมั่นใจใน "โรงงานของตัวเอง" กลายเป็นกรงขังที่ทำให้ Intel ขยับตัวช้า
ยุคทองของ AI: เมื่อมองเห็น GPU เป็นแค่เรื่องเกม (2010s-ปัจจุบัน)
Intel โฟกัสแต่ CPU ที่เน้นคำนวณทีละอย่าง (Sequential) แต่โลก AI ต้องการการคำนวณแบบมหาศาลพร้อมๆ กัน (Parallel) ซึ่ง GPU ทำได้ดีกว่า
ความล้าหลัง: Intel เคยมีโอกาสซื้อบริษัท AI หรือพัฒนา GPU ของตัวเองอย่างจริงจังแต่ก็ทำแบบ "ครึ่งๆ กลางๆ" มาตลอด เพราะคิดว่า CPU ยังเป็นพระเจ้าอยู่
ผลกระทบ: NVIDIA มองขาดและสร้างระบบนิเวศ CUDA ขึ้นมา จนตอนนี้ NVIDIA กลายเป็นบริษัท 3 ล้านล้านเหรียญ ส่วน Intel เพิ่งจะเริ่มเข็นการ์ดจอออกมาสู้ในวันที่ตลาดวายไปแล้ว
บทเรียน: การยึดติดกับ "ความสำเร็จเดิม (CPU)" ทำให้มองไม่เห็นคลื่นยักษ์ลูกใหม่ที่กำลังจะมา
ทัศนะของ "ของมี่นะ" ในปี 2025: Intel ยังมีหวังไหม?
ปัจจุบัน Intel ไม่ได้อยู่เฉยๆนะครับ พวกเขากำลังใช้กลยุทธ์ "IDM 2.0" คือเปิดโรงงานรับจ้างผลิต (Foundry) แข่งกับ TSMC และเร่งพัฒนาเทคโนโลยี 18A (1.8nm) ให้เสร็จในปีหน้า
"สำหรับนักลงทุน: Intel ตอนนี้เหมือนหุ้น Turnaround ที่มีความเสี่ยงสูงมากครับ ถ้าทำได้จริงนี่คือการเกิดใหม่ แต่ถ้าพลาดอีกครั้ง... ยักษ์ตัวนี้อาจกลายเป็นเพียงบันทึกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์เทคโนโลยีเท่านั้น"





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น