สวัสดีค่ะผู้อ่านมี่มี้ดอยทุกคน วันนี้เราจะมาพักเรื่องกราฟหุ้นกันสักแป๊บ แล้วมาคุยเรื่องข่าวการเมืองและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังร้อนระอุและอาจส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนของเรากันค่ะ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (20 กุมภาพันธ์ 2026) มีเหตุการณ์ระดับช็อกวงการ เมื่อ "ศาลฎีกาสหรัฐฯ" (U.S. Supreme Court) ได้มีคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ สั่งเบรกนโยบายการเก็บภาษีนำเข้า (Tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร มี่มี้ดอยสรุปมาให้แล้วค่ะ
จุดเริ่มต้นของปัญหา: ประธานาธิบดีมีอำนาจเก็บภาษีเองได้ไหม?
ปกติแล้วในสหรัฐฯ อำนาจในการดูแลเรื่องภาษีจะเป็นของ "สภาคองเกรส" (ฝ่ายนิติบัญญัติ) ค่ะ แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้วิธีทางลัด โดยไปดึงเอากฎหมายที่ชื่อว่า International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) หรือกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ มาอ้างเพื่อสั่งเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากต่างประเทศแบบครอบจักรวาล
คำตัดสินของศาล: "ทำเกินขอบเขตอำนาจ"
ศาลฎีกามีมติ 6-3 ตัดสินว่า การที่ทรัมป์นำกฎหมาย IEEPA มาใช้เป็นข้ออ้างในการเก็บภาษีนั้น "ไม่ถูกต้อง" ศาลมองว่าอำนาจฉุกเฉินไม่ได้มีไว้ใช้เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีศุลกากรทั่วไปตามใจชอบ ดังนั้น "ฐานอำนาจทางกฎหมาย" ที่ทรัมป์ใช้อ้างจึงตกไป ทำให้คำสั่งเก็บภาษีเหล่านั้นกลายเป็น "โมฆะ"
ผลกระทบช็อกโลก: ต้องคืนเงิน 4 ล้านล้านบาท!
เมื่อคำสั่งเป็นโมฆะ แปลว่าที่เก็บภาษีเขามาตั้งนานนั้นเป็นการเก็บโดยมิชอบ รัฐบาลสหรัฐฯ จึงตกที่นั่งลำบาก เพราะอาจจะต้องพิจารณา "คืนเงินภาษี" ทั้งหมดให้กับภาคธุรกิจและผู้นำเข้า ซึ่งคาดการณ์กันว่าตัวเลขนี้สูงถึง 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ!
ทรัมป์ว่าไง? (มีหรือจะยอม)
ทรัมป์ออกมาโต้ตอบทันทีว่าคำตัดสินนี้ "ไร้สาระ" และประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมแพ้ โดยทีมงานของเขากำลังหาช่องทางกฎหมายฉบับอื่นๆ มาบังคับใช้เพื่อเก็บภาษีนำเข้า 10% ให้จงได้ เรียกว่าสงครามการค้านี้ยังไม่จบง่ายๆ แน่นอน
💡 ผลกระทบต่อนักลงทุนในมุมมองของมี่มี้ดอย
ข่าวนี้ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความผันผวนสูงค่ะ
ข้อดี: หุ้นกลุ่มค้าปลีก หรือบริษัทที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศอาจจะได้รับผลดีในระยะสั้น ต้นทุนถูกลง แถมอาจได้โชคหล่นทับจากเงินภาษีที่ได้คืน
ข้อควรระวัง: นโยบายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของสหรัฐฯ อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน เราในฐานะนักลงทุนที่อาจจะมี ETF หรือหุ้นอเมริกาอยู่ในพอร์ต (อย่างเช่น กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ต่างๆ) ก็ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดว่า นโยบายการค้าก๊อกสองของทรัมป์จะออกมาในรูปแบบไหนค่ะ
การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ การติดตามข่าวสารเศรษฐกิจมหภาคแบบนี้จะช่วยให้เราปรับตัวและรับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้นค่ะ
ถ้าชอบบทความสรุปข่าวเข้าใจง่ายๆ แบบนี้ อย่าลืมกดติดตามเพจและบล็อกของ มี่มี้ดอย ไว้ด้วยนะคะ!





.png)






