ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปี 2026 นักลงทุนหลายท่านอาจสังเกตเห็นความผันผวนของดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ที่มีการปรับตัวลดลง หรือเกิดแรงเทขายออกมา ซึ่งสร้างความกังวลให้กับตลาดตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์อย่างถูกต้อง เราต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้:
ข้อเท็จจริงเรื่องวันหยุดตลาด (Market Holiday)
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า วันที่ 1 มกราคม ของทุกปี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (NYSE และ Nasdaq) จะ "ปิดทำการ" เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ (New Year's Day)
ดังนั้น ตัวเลขสีแดงหรือกราฟที่ร่วงลงที่คุณเห็นในช่วงเวลานี้ (ตามเวลาไทยที่เป็นวันที่ 1-2 มกราคม) มักจะมาจาก 2 แหล่งข้อมูลหลัก:
การซื้อขายวันสุดท้ายของปี 2025 (31 ธันวาคม): ซึ่งตลาดสหรัฐฯ ยังเปิดทำการอยู่ และอาจมีการเทขายส่งท้าย
ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures): ซึ่งอาจมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย หรือเป็นการตอบรับข่าวนอกเวลาทำการ
ทำไมถึงมีการ "เทขายหุ้น Tech" ในช่วงเวลานี้?
หากดัชนีร่วงลงจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Big Tech) สาเหตุหลักมักไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากกลไกของตลาดและการจัดพอร์ต ดังนี้:
แรงขายทำกำไร (Profit Taking): หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (เช่น NVIDIA, Microsoft, Apple) มักจะวิ่งขึ้นมาสูงมากตลอดทั้งปี 2025 นักลงทุนสถาบันและรายย่อยจึงมักฉวยโอกาสขายทำกำไรในวันสุดท้ายของปี เพื่อล็อคผลกำไร (Realize Gain) เข้ากระเป๋าก่อนเริ่มปีงบประมาณใหม่
การปรับพอร์ตลงทุน (Portfolio Rebalancing): กองทุนขนาดใหญ่จำเป็นต้องรักษาสัดส่วนการลงทุนตามนโยบาย หากหุ้น Tech ขึ้นเยอะจนสัดส่วนในพอร์ต "บวม" เกินเกณฑ์ พวกเขาจำเป็นต้องขายหุ้น Tech ออกเพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นกลุ่มอื่น (เช่น หุ้นคุณค่า หรือ Defensive Stocks) ให้สัดส่วนกลับมาสมดุลรับปี 2026
กลยุทธ์ทางภาษี (Tax Loss Harvesting): แม้ส่วนใหญ่จะทำกันก่อนสิ้นปี แต่ในวันสุดท้าย นักลงทุนบางส่วนอาจขายหุ้นตัวที่ขาดทุน หรือปรับพอร์ตครั้งสุดท้ายเพื่อให้ตัวเลขทางบัญชีและภาษีออกมาดีที่สุด
ความกังวลในปี 2026 (The 2026 Outlook Concern)
อีกสาเหตุที่ทำให้เกิดแรงเทขาย คือ "มุมมองความเสี่ยง" ของปี 2026
Valuation ที่ตึงตัว: นักลงทุนเริ่มมองว่าราคาหุ้น Tech หลายตัว แพงเกินไป (Overvalued) เมื่อเทียบกับรายได้ที่คาดการณ์
กระแส AI แผ่วลงหรือไม่?: ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่าการลงทุนมหาศาลใน AI จะสร้างกำไรกลับมาได้คุ้มค่าจริงหรือไม่ในปี 2026 ทำให้มีการลดความเสี่ยง (De-risk) ออกมาก่อน
S&P500 การร่วงลงในช่วงรอยต่อวันปีใหม่ (31 ธ.ค. - 2 ม.ค.) มักเป็นเรื่องของ "Sensation" (อารมณ์ตลาด) และ "Technicality" (เทคนิคการเงิน) และทุกๆสิ้นปีก่อนจะเข้าปีใหม่นักลงทุนเทขายระยะสั้นๆเพื่อเอากำไรเท่านั่นเป็นเรื่องปกติ ถ้าใครอยู่กับตลาดหุ้นมานานแล้วนา่จะรู้กันครับส่วนมือใหม่นี้คงจะตกใจแบบกระต่ายตื่นตูม มโนไปเองว่าบริษัทนั่นนี้จะล้มขาดทุนเลยรีบขายจนล้างพอร์ต 😅
คำแนะนำ: หากคุณเป็นนักลงทุนระยะยาว การย่อตัวลงมาของ S&P 500 เพราะแรงขายทำกำไรระยะสั้น อาจเป็นโอกาสที่ดีในการ "Buy the Dip" หรือรอจังหวะสะสมหุ้นพื้นฐานดี เมื่อตลาดเปิดทำการเต็มรูปแบบอีกครั้งและทิศทางของปี 2026 ชัดเจนขึ้น
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการวิเคราะห์ภาพรวมพฤติกรรมตลาดในช่วงวันหยุดปีใหม่ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินโดยตรง การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น